Written by Ros Mue Mae

วิธีใช้ปลาร้าปรุงสุกให้มีรสชาตินัวได้ไม่แพ้ปลาร้าดิบ

วิธีใช้ปลาร้าปรุงสุกให้มีรสชาตินัวได้ไม่แพ้ปลาร้าดิบ

การทานอาหารภาคอีสานโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีรสชาติของความเผ็ดร้อน เค็ม เปรี้ยวอย่างครบรส แต่รสชาติหนึ่งที่มักจะมีและใส่อยู่เสมอในเมนูหลัก คือ ปลาร้าที่ต้องเพิ่มเพื่อความนัว แต่เมื่อใส่แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าเครื่องปรุงรสนี้เป็นของหมักดองที่อาจมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนหากผู้บริโภคเลือกซื้อแบบไม่ระมัดระวัง ดังนั้น จึงมีการใช้แบบปรุงสุกไม่ว่าจะใช้เฉพาะเนื้อปลาหรือใช้น้ำปลาร้าเพื่อให้อาหารสะอาดและถูกสุขลักษณะมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้รสชาติยังคงนัวไม่ต่างจากปลาร้าดิบก็คงต้องมีเคล็ดลับวิธีใช้กันอยู่สักหน่อย

ปรุงรสให้อร่อยก่อนเพิ่มในเมนูโปรด

บางครั้งการทานเมนูโปรดที่ต้องใช้น้ำปลาร้าก็ต้องมีการปรุงรสเพิ่มก่อนจะนำไปปรุงกับอาหารชนิดอื่น ๆ เพื่อให้มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมยิ่งขึ้น ซึ่งการปรุงรสก็มีหลายสูตรให้ผู้ที่ชื่นชอบได้เลือกไปใช้ เพราะบางท่านอาจชื่นชอบรสเค็ม บางท่านอาจชื่นชอบกลิ่นสมุนไพร จึงมีการใส่เครื่องปรุงรสในน้ำปลาร้าอยู่หลายอย่าง ทั้งตะไคร้ แกนสับปะรด น้ำตาล กะปิ น้ำมะขามเปียก ฯลฯ โดยการปรุงรสก็แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคนนั่นเอง

ดัดแปลงเป็นน้ำพริกก็อร่อยไปอีกแบบ

หากกลัวว่ารับประทานแบบไม่ใส่อะไรเลยจะไม่นัวเท่าทานปลาร้าดิบ ขอแนะนำให้เปลี่ยนมาทานเป็นรูปแบบน้ำพริก เพราะเมื่อใช้แบบปรุงสุกในการทำน้ำพริกแล้วก็จะต้องใช้เครื่องปรุงอีกหลายอย่าง น้ำพริกก็จะมีรสชาติที่หลากหลายยิ่งขึ้น เมื่อทานคู่กับผักก็จะเป็นความอร่อยนัวไปอีกหนึ่งรูปแบบ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเค็มที่มีโซเดียมมากเรับประทานไปที่เป็นสาเหตุให้ไตทำงานหนัก รวมทั้งยังทำให้ทานผักเครื่องเคียงเพิ่มขึ้น ทำให้ได้รับวิตามินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผัดให้สุกก่อนรับประทานก็น่าสนใจ

วิธีการปรุงปลาร้าให้สุกอาจไม่ใช่เพียงแค่การต้มเพียงวิธีเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปผัดให้สุกได้อีกหนึ่งวิธี เพราะหลายคนอาจจะอยากทานแบบที่มีเนื้ออยู่บ้าง จึงใช้วิธีการสับให้ละเอียดแล้วนำไปปรุงสุกด้วยการผัด หลังจากนั้นจึงใส่เครื่องเทศอย่างอื่นเพื่อให้ครบรสมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการรับประทานแบบปรุงสุกด้วยวิธีนี้จะทำให้ไม่เสียรสชาติไปอย่างที่คิด

เมื่อเลือกใช้ปลาร้าปรุงสุกแล้วไม่จำเป็นว่ารสชาติความเข้มข้นจะน้อยลงไป เพราะการทำให้สุกนอกจากจะมีรสชาติที่ดีและนัวได้ไม่ต่างจากปลาร้าดิบแล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคเชื่อถือและสบายใจได้ว่าจะทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีเชื้อโรคหรือพยาธิใบไม้ในตับให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้รับประทานได้แบบอร่อยถูกปาก รสชาติไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม