Written by Ros Mue Mae

“แซ็ค ชุมแพ” นักร้องหนุ่มลูกทุ่งเสียงดี รับทรัพย์ 8หลัก เป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำปลาร้า

“แซ็ค ชุมแพ” นักร้องหนุ่มลูกทุ่งเสียงดี รับทรัพย์ 8หลัก เป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำปลาร้า

Written by Ros Mue Mae

“ปลาร้า” เรื่องเหม็น ๆ จากภูมิปัญญาลูกอีสาน สู่ ภูมิปัญญาโลก

ปฏิเสธไม่ได้เลย หากจะกล่าวถึงเอกลักษณ์อันดับแรกของปลาร้า นั่นก็คือ ความเหม็น แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าความเหม็นอันรุนแรงนั้น บ่งบอกถึง คุณภาพดี หากนำไปปรุงรสในเมนูอาหารก็จะทำให้รสชาติล้ำเลิศชวนให้น้ำลายสอ มิเพียงแต่ความอร่อย แต่ยังเป็นภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าที่เล่าต่อสืบสานกันมาอย่างดีชั่วลูกชั่วหลาน

ปลาร้า ปรากฏในวรรณกรรมและบันทึกของชาวต่างชาติในยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า    ปลาร้าอยู่ในสำรับคู่ครัวของคนไทยมานาน อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความเจริญ เนื่องจากภูมิปัญญาการการถนอมอาหารด้วยการหมัก เป็นกระบวนทางชีวเคมีภายในเซลล์ เพื่อสร้างพลังงานจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารประกอบอินทรีย์ด้วยเอนไซม์ ซึ่งการหมักนี้ จะเกิดขึ้นเนื่องจากการเหลือกินเหลือใช้ของทรัพยากร และเพื่อการเก็บรักษาได้นานขึ้นนั่นเอง  ปลาร้าเป็นอาหารหลัก และเครื่องปรุงรสที่สำคัญที่สุดในวัฒนธรรมของภาคอีสาน จนถือเป็นหนึ่งในวิญญาณห้าของความเป็นอีสาน ซึ่งได้แก่ ข้าวเหนียว ลาบ ส้มตำ หมอลำ และปลาร้า  ก่อนปี พ.ศ. 2500 ครอบครัวชาวนาทุกครอบครัวจะทำปลาร้ากินเอง โดยหมักปลาร้าไว้มากหรือน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความอุดมสมบูรณ์ของปลา

เมื่อก้าวเข้าสู่ภูมิปัญญาโลก น้ำปลาร้าในปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจส่งออกสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้า   พาสเจอร์ไรซ์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน โดยการปรุงให้มีกลิ่นหอม สะอาด สีสันน่ากินยิ่งขึ้น บรรจุหีบห่อทันสมัย พกพาสะดวก ส่งออกไปให้ผู้คนทั่วโลก ได้ชิมรสมากมาย  ตลาดหลักคือ แถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน  ซึ่งถูกนำมาแปรรูปบดเป็นครีม  เป็นน้ำ บรรจุขวดแก้ว , ก้อน , อัดแท่ง และผง ซึ่งหลักฐานทางตัวเลขจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่ามีการผลิตในบ้านเราถึง 40,000 ตันต่อปี มีมูลค่าซื้อขายในประเทศเกือบ 900 ล้านบาท แถมยังส่งออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีวัฒนธรรมการกินคล้าย ๆ กัน เช่น ลาว กัมพูชา และตะวันออกกลาง อีกหลายสิบล้านบาทต่อปี

ปลาร้านั้นเป็นของสามัญที่ไม่ธรรมดา  เป็นความภูมิใจของลูกอีสาน และเป็นความภูมิใจของคนไทย ที่ส่งต่อให้คนทั่วโลกได้รู้จัก อีกทั้งยังสร้างรายได้และคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา นอกเหนือจากนี้คือ การรักษามาตรฐาน เพื่อให้อยู่คู่สำรับครัวไทยต่อไป และรักษาระดับการส่งออกสู่ครัวโลก ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ  การพัฒนาน้ำปลาร้าในระดับต่อไปในอนาคต

 

Written by Ros Mue Mae

น้ำปลาร้าปรุงสุกกับน้ำปลาร้าดิบต่างกันอย่างไร

 

ปลาร้า เป็น วัตถุดิบที่เกิดจากการหมักดอง ซึ่งเป็นวิธีการถนอมอาหารที่มีมาอย่างยาวนานในบ้านเรา เมื่อก่อนจะเป็นที่นิยมกันมากของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นที่นิยมกันทั่วประเทศไทย ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงและชูรสให้อาหาร ทำให้หลายเมนูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น จริง ๆ กรรมวิธีในการหมักดองต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์ในการทำที่ค่อนข้างสูง ทั้งความชำนาญในอัตราส่วนของส่วนผสมอื่น ๆ และการคัดสรรเลือกปลามาทำ เพื่อให้ได้ปลาร้าที่มีรสชาติกลมกล่อม ไม่เหม็นเน่า หรือเค็มโดดมากจนเกินไป ถึงจะเป็นวัตถุดิบที่ผ่านการหมักดองเหมือนกัน แต่ขอบอกเลยว่าความอร่อยแตกต่างกันไปตามความชำนาญของผู้หมักดอง นอกจากนี้แล้วในปัจจุบันยังมีให้คุณเลือกสรรมาใช้ปรุงในเมนูอาหารกันหลายแบบด้วยกัน วันนี้เรามาดูกันว่า น้ำปลาร้าแบบปรุงสุกและดิบ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาดูรายละเอียดกับเรากันเลย

น้ำปลาร้าแบบปรุงสุกและดิบที่มีตามท้องตลาดในปัจจุบันนั้น มีหลากหลายให้คุณได้เลือกสรรตามความพึงพอใจ แต่คุณสมบัติเฉพาะที่ทำให้แบบปรุงสุกและดิบแตกต่างกัน คือในเรื่องของรสชาติและในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ ในส่วนของน้ำปลาร้าแบบดิบ จะเป็นวัตถุดิบที่เกิดจากการหมักดอง โดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือปรุงให้สุก คนที่ซื้อแบบดิบมาจะนิยมมาปรุงเอง เพราะอาจจะมีสูตรหรือเคล็ดลับในการปรุงเป็นของตัวเอง หรือติดรสในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ จึงซื้อแบบดิบมาก่อนที่จะนำมาปรุงทำเป็นอาหารจานโปรดของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันจะนิยมหยิบแบบปรุงสุกมาใช้งานมากกว่า เพราะผ่านการฆ่าเชื้อและปรุงรสให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ สามารถเปิดขวดและรับประทานได้เลยในทันที ที่สำคัญหาซื้อได้ง่าย เก็บไว้ได้นานอีกด้วย การใช้น้ำปลาร้าแบบปรุงสุกยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคโรคพยาธิใบไม้ในตับ และโรคมะเร็งซึ่งมาจากสารไนโตรซามีนที่ใช้ในการหมักดอง

เชื่อว่าอ่านมาถึงตอนนี้แล้วคุณคงจะเห็นความแตกต่างระหว่าง น้ำปลาร้าปรุงสุกกับน้ำปลาร้าดิบกันแล้ว จริง ๆ วัตถุดิบชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะมีทั้งโปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ เพียงแต่คุณต้องเลือกสรรและนำมาปรุงเป็นอาหารให้ถูกวิธี นอกจากจะทำให้อาหารจานโปรดของคุณอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย การคัดสรรเลือกวัตถุดิบอย่างใส่ใจ จะทำให้คุณได้ทานเมนูที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ และความอร่อยที่จะทำให้คุณมีความสุขกับทุกเมนูได้อย่างไม่รู้เบื่อกันเลยทีเดียว

 

Written by Ros Mue Mae

วิธีใช้ปลาร้าปรุงสุกให้มีรสชาตินัวได้ไม่แพ้ปลาร้าดิบ

วิธีใช้ปลาร้าปรุงสุกให้มีรสชาตินัวได้ไม่แพ้ปลาร้าดิบ

การทานอาหารภาคอีสานโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีรสชาติของความเผ็ดร้อน เค็ม เปรี้ยวอย่างครบรส แต่รสชาติหนึ่งที่มักจะมีและใส่อยู่เสมอในเมนูหลัก คือ ปลาร้าที่ต้องเพิ่มเพื่อความนัว แต่เมื่อใส่แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าเครื่องปรุงรสนี้เป็นของหมักดองที่อาจมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนหากผู้บริโภคเลือกซื้อแบบไม่ระมัดระวัง ดังนั้น จึงมีการใช้แบบปรุงสุกไม่ว่าจะใช้เฉพาะเนื้อปลาหรือใช้น้ำปลาร้าเพื่อให้อาหารสะอาดและถูกสุขลักษณะมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้รสชาติยังคงนัวไม่ต่างจากปลาร้าดิบก็คงต้องมีเคล็ดลับวิธีใช้กันอยู่สักหน่อย

ปรุงรสให้อร่อยก่อนเพิ่มในเมนูโปรด

บางครั้งการทานเมนูโปรดที่ต้องใช้น้ำปลาร้าก็ต้องมีการปรุงรสเพิ่มก่อนจะนำไปปรุงกับอาหารชนิดอื่น ๆ เพื่อให้มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมยิ่งขึ้น ซึ่งการปรุงรสก็มีหลายสูตรให้ผู้ที่ชื่นชอบได้เลือกไปใช้ เพราะบางท่านอาจชื่นชอบรสเค็ม บางท่านอาจชื่นชอบกลิ่นสมุนไพร จึงมีการใส่เครื่องปรุงรสในน้ำปลาร้าอยู่หลายอย่าง ทั้งตะไคร้ แกนสับปะรด น้ำตาล กะปิ น้ำมะขามเปียก ฯลฯ โดยการปรุงรสก็แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคนนั่นเอง

ดัดแปลงเป็นน้ำพริกก็อร่อยไปอีกแบบ

หากกลัวว่ารับประทานแบบไม่ใส่อะไรเลยจะไม่นัวเท่าทานปลาร้าดิบ ขอแนะนำให้เปลี่ยนมาทานเป็นรูปแบบน้ำพริก เพราะเมื่อใช้แบบปรุงสุกในการทำน้ำพริกแล้วก็จะต้องใช้เครื่องปรุงอีกหลายอย่าง น้ำพริกก็จะมีรสชาติที่หลากหลายยิ่งขึ้น เมื่อทานคู่กับผักก็จะเป็นความอร่อยนัวไปอีกหนึ่งรูปแบบ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเค็มที่มีโซเดียมมากเรับประทานไปที่เป็นสาเหตุให้ไตทำงานหนัก รวมทั้งยังทำให้ทานผักเครื่องเคียงเพิ่มขึ้น ทำให้ได้รับวิตามินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผัดให้สุกก่อนรับประทานก็น่าสนใจ

วิธีการปรุงปลาร้าให้สุกอาจไม่ใช่เพียงแค่การต้มเพียงวิธีเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปผัดให้สุกได้อีกหนึ่งวิธี เพราะหลายคนอาจจะอยากทานแบบที่มีเนื้ออยู่บ้าง จึงใช้วิธีการสับให้ละเอียดแล้วนำไปปรุงสุกด้วยการผัด หลังจากนั้นจึงใส่เครื่องเทศอย่างอื่นเพื่อให้ครบรสมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการรับประทานแบบปรุงสุกด้วยวิธีนี้จะทำให้ไม่เสียรสชาติไปอย่างที่คิด

เมื่อเลือกใช้ปลาร้าปรุงสุกแล้วไม่จำเป็นว่ารสชาติความเข้มข้นจะน้อยลงไป เพราะการทำให้สุกนอกจากจะมีรสชาติที่ดีและนัวได้ไม่ต่างจากปลาร้าดิบแล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคเชื่อถือและสบายใจได้ว่าจะทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีเชื้อโรคหรือพยาธิใบไม้ในตับให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้รับประทานได้แบบอร่อยถูกปาก รสชาติไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

Written by Ros Mue Mae

เมนูใข่เจียวใส่น้ำปลาร้า “รสมือแม่”

เรามาทำไข่เจียวใส่น้ำปลาร้า รสมือแม่กัน

เครื่องปรุง
•ไข่ไก่
• ปลาร้าสับหรือเรียกว่าปลาร้าบอง
• ต้นหอม
• น้ำมันพืช
• ไข่ไก่ตอกไว้แล้ว
• ปลาร้าบองหรือปลาร้าสับหรือตำปลาร้าแล้วแต่ชอบ
วิธีทำ
1.ตอกไข่ใส่ถ้วยไว้
2.ใส่น้ำปลาร้าลงไป ใส่ผักหรือเครื่องเคียงที่ชอบ
3.ตีให้เข้ากัน
4.ใช้ต้นหอมโรย แบบนี้ค่ะ
5.นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆทอดในน้ำมันร้อนๆ
6.ต้องคอยระวังก้นจะไหม้ เวลาทอดจะบ่ค่อยเป็นแผ่น
เสร็จแล้วค่ะ คุณจะได้กลิ่นหอมและรสชาติของน้ำปลาร้า

Written by Ros Mue Mae

ชิมปลาร้าเงินล้าน”รสมือแม่” กับแซ็ค ชุมแพ

ชิมปลาร้า “รสมือแม่” กับ แซ็ค ชุมแพ อร่อย เด็ดแค่ไหน ไปชมกันเลย!

Written by admin

เมนูน้ำพริกปลาร้า

ส่วนผสม

  • พริกชี้ฟ้าสีเขียว 2 เม็ด
  • พริกขี้หนูสีแดง 3 เม็ด
  • หอมแดง 5 หัว
  • กระเทียมกลีบใหญ่ 5 กลีบ
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสดและผักลวกตามชอบ

วิธีทำ

  1. นำพริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู หอมแดง และกระเทียมขึ้นปิ้งบนเตาไฟจนสุกเหลืองและมีกลิ่นหอม
  2. ใส่ส่วนผสมในข้อที่ 1 ลงโขลกให้ละเอียดเข้ากัน
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำมะนาว น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ เสิร์ฟพร้อมผักสดและผักลวก
Written by admin

เมนูแกงเลียง แสนอร่อย

ส่วนผสม

  • ตะไคร้ (หั่น) 3 ต้น
  • พริกแดงจินดา ตามชอบ
  • หอมแดง 5-7 เม็ด
  • น้ำใบย่านาง 1 ลิตร
  • น้ำปลาร้า 1 ถ้วย
  • ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เห็ดชนิดต่างๆ
  • ใบแมงลัก ตามชอบ

วิธีทำ

  1. ตำตะไคร้ พริกแดง และ หอมแดงให้ละเอียด
  2. นำน้ำใบย่านางไปตั้งหม้อต้ม ใส่เครื่องที่ตำไว้ลงไป
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ผงปรุงรส และน้ำปลา คนให้เข้ากัน
  4. เทเห็ดที่เตรียมไว้ลงไป รอให้เห็ดสุกสักนิด เบาไฟแล้วใส่ใบแมงลักจากนั้นก็ปิดไฟใส่ถ้วยเสิร์ฟได้เลยค่ะ
Written by admin

น้ำปลาร้าปรุงสุก ควรใช้กับเมนูยอดฮิตแบบไหนเพื่อเพิ่มรสชาติ

อาหารไทยที่เราทุกคนชอบทานอยู่เสมอนั้นมักจะมีเมนูอาหารจากภาคอีสานเป็นเมนูยอดฮิตอยู่ในความนิยมของผู้ชื่นชอบอาหารรสจัดมาโดยตลอด แน่นอนว่าเมนูอาหารจากภาคอีสานจะมีปลาร้าเป็นส่วนประกอบสำคัญในหลาย ๆ เมนู และในบางครั้งก็ใช้เพียงแค่น้ำปลาร้าเป็นส่วนผสมเพื่อช่วยเพิ่มความนัวหรือความอร่อยให้ทุกเมนูได้เป็นอย่างดี แล้วมีเมนูยอดฮิตไหนที่ไม่ควรขาดส่วนประกอบสำคัญนี้ไปเพราะจะทำให้ขาดรสชาติความนัว คงต้องไปตามหาสูตรอร่อยแบบนั้นมาไว้กับตัวบ้างแล้ว

  1. ส้มตำ

เมนูอันดับหนึ่งตลอดกาลที่ไม่มีเมนูไหนล้มแชมป์ไปได้ คือ ส้มตำ เพราะมีหลายสูตรที่เพียงแค่ใช้น้ำปลาร้ามาปรุงรสก็ช่วยให้ส้มตำสูตรนั้นอร่อยขึ้นมาทันที ทั้งส้มตำปูปลาร้า ส้มตำซั่ว ส้มตำป่า ฯลฯ  เรียกว่าถ้าใครชื่นชอบส้มตำก็คงต้องเพิ่มความนัวด้วยวิธีนี้ เพราะถ้าขาดไปคงทำให้ขาดรสชาติสำคัญไปจากจานอาหารนี้ไปเลยทีเดียว

  1. หลนปลาร้า

เมนูที่ประยุกต์ดัดแปลงให้เข้ากับผู้ที่ไม่สามารถทนกลิ่นหรือรสชาติที่แรงเกินไปของปลาร้าได้ คงต้องเลือกเมนูนี้มาเป็นทางออกของผู้ที่อยากลองความนัวแบบเบา ๆ แต่จัดจ้านพอตัว เพราะมีหลายคนไม่คุ้นเคยกับรสชาติและกลิ่นที่มาจากการหมักดอง จึงต้องมีการประยุกต์ดัดแปลงเพื่อความสร้างสรรค์ในการทานอยู่บ้าง แต่คงต้องบอกก่อนว่าเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ และเลือกให้เป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดในใจไปหลายรายแล้ว

  1. ซุปหน่อไม้

เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะแม้จะไม่ใช่เมนูหลักถ้าเทียบกับส้มตำแล้ว แต่ปกติถ้าจะทานส้มตำให้อร่อย ก็มักจะต้องสั่งซุปหน่อไม้เพื่อให้การทานส้มตำในครั้งนั้นครบรสชาติ ซึ่งการจะทำเมนูซุปหน่อให้อร่อยครบรส สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ น้ำปลาร้า เพราะรสชาติของความเข้มข้นในทุก ๆ จานของซุปหน่อไม้มาจากสิ่งสำคัญสิ่งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าเมนูนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนชอบความนัวและความแซ่บได้อย่างลงตัว

การจะทำอาหารในแต่ละเมนูโดยเฉพาะเมนูรสจัดจากภาคอีสานนั้นจำเป็นต้องปรุงให้สุกเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยภายในร่างกายได้ ฉะนั้นทางเลือกของผู้ที่ชอบอาหารอีสานที่ดีที่สุดคือการปรุงสุก ไม่เว้นแม้แต่อาหารหมักดองอย่างปลาร้าที่ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน เพราะอาหารที่ดีนอกจากจะรสชาติอร่อยถูกปากแล้ว ยังต้องถูกสุขลักษณะอีกด้วย  เพื่อให้การกินอาหารเกิดประโยชน์มากกว่าเกิดโทษนั่นเอง

 

Written by admin

รับประทานปลาร้า อย่างไรให้ถูกสุขอนามัยและดีต่อสุขภาพ

อาหารไทยเป็นอาหารรสจัด ที่ต้องทำอย่างครบรสและจัดจ้าน ยิ่งเป็นอาหารภาคอีสานด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีความอร่อยจากปลาร้าเป็นส่วนผสมแทบจะทุกเมนู ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการรับประทานปลาร้าหรือเพียงแค่น้ำปลาร้าเพื่อเอาไว้ปรุงรสชาติก็ตาม หากไม่ทำให้ถูกสุขลักษณะในทุกขั้นตอนก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เพื่อให้การรับประทานอาหารทุกเมนูที่มีปลาร้าเป็นส่วนผสมเป็นไปด้วยความสบายกายและสบายใจ จึงควรรู้จักวิธีทานให้ถูกสุขอนามัยจะเป็นการดีที่สุด

เลือกซื้อจากแหล่งน่าเชื่อถือ

ก่อนจะทานอาหารดี ๆ ก็ต้องเลือกวัตถุดิบในการปรุงให้ดีเสียก่อน ฉะนั้น การทานอาหารที่มีส่วนผสมปลาร้าจึงควรเลือกจากกระบวนการผลิตที่ดี หากเป็นน้ำปลาร้าปรุงสุกในชนิดที่บรรจุขวดก็สามารถตรวจสอบเลข อย. ได้ง่ายกว่าวิธีอื่น แต่ถ้าหากซื้อโดยทั่วไปตามท้องตลาดที่แบ่งขายนั้น ควรเลือกจากสถานที่ผลิตที่มีเครื่องมือและเครื่องใช้ที่สะอาด ยิ่งเป็นร้านค้าที่ซื้อเป็นประจำและรู้แหล่งที่มาที่สามารถไปตรวจสอบได้เองก็ยิ่งดี เพราะไม่ใช่แค่กระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมรอบข้าง ของสถานที่ผลิต หากมีแหล่งเชื้อโรคอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ผลิตก็ไม่ควรซื้อมาทาน เพราะจะมีความเสี่ยงว่าอาจมีเชื้อโรคต่าง ๆ ปนเปื้อนมากับอาหาร และถ้าเป็นไปได้ สถานที่ผลิตควรผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เชื่อได้ว่ามีการคัดกรองอาหารที่สะอาดและมีคุณภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค

เลือกทานอาหารที่ปรุงสุกอุ่นใจสบายร่างกาย

ด้วยวัฒนธรรมการกินที่มีมานาน การทานอาหารรสจัดของภาคอีสานจึงมักจะมีอาหารที่หมักดอง รวมถึงอาหารที่กึ่งสุกกึ่งดิบ ไปจนถึงขั้นดิบแบบไม่ผ่านการปรุงเลยก็มีอยู่มาก ซึ่งถ้าทานอาหารด้วยการปรุงสุกนั้นอาจจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกเสียรสชาติเดิมไป และทำให้เมนูที่ทานไม่รสจัดหรือรสนัวเหมือนที่เคยเป็นมา แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วการกินอาหารหมักดองโดยผ่านการปรุงให้สุกด้วยความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับไปได้มาก ซึ่งในปัจจุบันการทานปลาร้าปรุงสุกอาจไม่จำเป็นต้องนำมาต้มเองหรือมีขั้นตอนอื่น ๆ ที่ยุ่งยากอะไร เพราะมีผู้ผลิตหลายเจ้าได้ผลิตแบบปรุงสุกขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก ยิ่งกว่านั้นยังทำให้ผู้บริโภคได้ทานอาหารอร่อยแบบถูกสุขอนามัยอีกด้วย

การทานอาหารไม่ว่าจะเป็นเมนูไหน หรือมาจากภาคใดก็ตาม ควรคำนึงถึงสุขอนามัยก่อนการทานเป็นสิ่งแรก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ได้รับเชื้อโรคตามไปด้วย ฉะนั้นผู้บริโภคจึงควรใส่ใจตั้งแต่การเลือกซื้อไปจนถึงขั้นตอนประกอบอาหาร เพราะนั่นคือความปลอดภัยในขั้นต้นของผู้บริโภคเอง

 

1 2