Written by Ros Mue Mae

“แซ็ค ชุมแพ” นักร้องหนุ่มลูกทุ่งเสียงดี รับทรัพย์ 8หลัก เป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำปลาร้า

“แซ็ค ชุมแพ” นักร้องหนุ่มลูกทุ่งเสียงดี รับทรัพย์ 8หลัก เป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำปลาร้า

Written by Ros Mue Mae

“ปลาร้า” เรื่องเหม็น ๆ จากภูมิปัญญาลูกอีสาน สู่ ภูมิปัญญาโลก

ปฏิเสธไม่ได้เลย หากจะกล่าวถึงเอกลักษณ์อันดับแรกของปลาร้า นั่นก็คือ ความเหม็น แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าความเหม็นอันรุนแรงนั้น บ่งบอกถึง คุณภาพดี หากนำไปปรุงรสในเมนูอาหารก็จะทำให้รสชาติล้ำเลิศชวนให้น้ำลายสอ มิเพียงแต่ความอร่อย แต่ยังเป็นภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าที่เล่าต่อสืบสานกันมาอย่างดีชั่วลูกชั่วหลาน

ปลาร้า ปรากฏในวรรณกรรมและบันทึกของชาวต่างชาติในยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า    ปลาร้าอยู่ในสำรับคู่ครัวของคนไทยมานาน อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความเจริญ เนื่องจากภูมิปัญญาการการถนอมอาหารด้วยการหมัก เป็นกระบวนทางชีวเคมีภายในเซลล์ เพื่อสร้างพลังงานจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารประกอบอินทรีย์ด้วยเอนไซม์ ซึ่งการหมักนี้ จะเกิดขึ้นเนื่องจากการเหลือกินเหลือใช้ของทรัพยากร และเพื่อการเก็บรักษาได้นานขึ้นนั่นเอง  ปลาร้าเป็นอาหารหลัก และเครื่องปรุงรสที่สำคัญที่สุดในวัฒนธรรมของภาคอีสาน จนถือเป็นหนึ่งในวิญญาณห้าของความเป็นอีสาน ซึ่งได้แก่ ข้าวเหนียว ลาบ ส้มตำ หมอลำ และปลาร้า  ก่อนปี พ.ศ. 2500 ครอบครัวชาวนาทุกครอบครัวจะทำปลาร้ากินเอง โดยหมักปลาร้าไว้มากหรือน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความอุดมสมบูรณ์ของปลา

เมื่อก้าวเข้าสู่ภูมิปัญญาโลก น้ำปลาร้าในปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจส่งออกสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้า   พาสเจอร์ไรซ์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน โดยการปรุงให้มีกลิ่นหอม สะอาด สีสันน่ากินยิ่งขึ้น บรรจุหีบห่อทันสมัย พกพาสะดวก ส่งออกไปให้ผู้คนทั่วโลก ได้ชิมรสมากมาย  ตลาดหลักคือ แถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน  ซึ่งถูกนำมาแปรรูปบดเป็นครีม  เป็นน้ำ บรรจุขวดแก้ว , ก้อน , อัดแท่ง และผง ซึ่งหลักฐานทางตัวเลขจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่ามีการผลิตในบ้านเราถึง 40,000 ตันต่อปี มีมูลค่าซื้อขายในประเทศเกือบ 900 ล้านบาท แถมยังส่งออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีวัฒนธรรมการกินคล้าย ๆ กัน เช่น ลาว กัมพูชา และตะวันออกกลาง อีกหลายสิบล้านบาทต่อปี

ปลาร้านั้นเป็นของสามัญที่ไม่ธรรมดา  เป็นความภูมิใจของลูกอีสาน และเป็นความภูมิใจของคนไทย ที่ส่งต่อให้คนทั่วโลกได้รู้จัก อีกทั้งยังสร้างรายได้และคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา นอกเหนือจากนี้คือ การรักษามาตรฐาน เพื่อให้อยู่คู่สำรับครัวไทยต่อไป และรักษาระดับการส่งออกสู่ครัวโลก ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ  การพัฒนาน้ำปลาร้าในระดับต่อไปในอนาคต

 

Written by Ros Mue Mae

น้ำปลาร้าปรุงสุกกับน้ำปลาร้าดิบต่างกันอย่างไร

 

ปลาร้า เป็น วัตถุดิบที่เกิดจากการหมักดอง ซึ่งเป็นวิธีการถนอมอาหารที่มีมาอย่างยาวนานในบ้านเรา เมื่อก่อนจะเป็นที่นิยมกันมากของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นที่นิยมกันทั่วประเทศไทย ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงและชูรสให้อาหาร ทำให้หลายเมนูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น จริง ๆ กรรมวิธีในการหมักดองต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์ในการทำที่ค่อนข้างสูง ทั้งความชำนาญในอัตราส่วนของส่วนผสมอื่น ๆ และการคัดสรรเลือกปลามาทำ เพื่อให้ได้ปลาร้าที่มีรสชาติกลมกล่อม ไม่เหม็นเน่า หรือเค็มโดดมากจนเกินไป ถึงจะเป็นวัตถุดิบที่ผ่านการหมักดองเหมือนกัน แต่ขอบอกเลยว่าความอร่อยแตกต่างกันไปตามความชำนาญของผู้หมักดอง นอกจากนี้แล้วในปัจจุบันยังมีให้คุณเลือกสรรมาใช้ปรุงในเมนูอาหารกันหลายแบบด้วยกัน วันนี้เรามาดูกันว่า น้ำปลาร้าแบบปรุงสุกและดิบ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาดูรายละเอียดกับเรากันเลย

น้ำปลาร้าแบบปรุงสุกและดิบที่มีตามท้องตลาดในปัจจุบันนั้น มีหลากหลายให้คุณได้เลือกสรรตามความพึงพอใจ แต่คุณสมบัติเฉพาะที่ทำให้แบบปรุงสุกและดิบแตกต่างกัน คือในเรื่องของรสชาติและในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ ในส่วนของน้ำปลาร้าแบบดิบ จะเป็นวัตถุดิบที่เกิดจากการหมักดอง โดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือปรุงให้สุก คนที่ซื้อแบบดิบมาจะนิยมมาปรุงเอง เพราะอาจจะมีสูตรหรือเคล็ดลับในการปรุงเป็นของตัวเอง หรือติดรสในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ จึงซื้อแบบดิบมาก่อนที่จะนำมาปรุงทำเป็นอาหารจานโปรดของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันจะนิยมหยิบแบบปรุงสุกมาใช้งานมากกว่า เพราะผ่านการฆ่าเชื้อและปรุงรสให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ สามารถเปิดขวดและรับประทานได้เลยในทันที ที่สำคัญหาซื้อได้ง่าย เก็บไว้ได้นานอีกด้วย การใช้น้ำปลาร้าแบบปรุงสุกยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคโรคพยาธิใบไม้ในตับ และโรคมะเร็งซึ่งมาจากสารไนโตรซามีนที่ใช้ในการหมักดอง

เชื่อว่าอ่านมาถึงตอนนี้แล้วคุณคงจะเห็นความแตกต่างระหว่าง น้ำปลาร้าปรุงสุกกับน้ำปลาร้าดิบกันแล้ว จริง ๆ วัตถุดิบชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะมีทั้งโปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ เพียงแต่คุณต้องเลือกสรรและนำมาปรุงเป็นอาหารให้ถูกวิธี นอกจากจะทำให้อาหารจานโปรดของคุณอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย การคัดสรรเลือกวัตถุดิบอย่างใส่ใจ จะทำให้คุณได้ทานเมนูที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ และความอร่อยที่จะทำให้คุณมีความสุขกับทุกเมนูได้อย่างไม่รู้เบื่อกันเลยทีเดียว

 

Written by Ros Mue Mae

ชิมปลาร้าเงินล้าน”รสมือแม่” กับแซ็ค ชุมแพ

ชิมปลาร้า “รสมือแม่” กับ แซ็ค ชุมแพ อร่อย เด็ดแค่ไหน ไปชมกันเลย!

Written by admin

คุณนิชานันท์ สุทธิสกุลวัฒน์ สานฝันผลิตน้ำปลาร้ายุค 2018 แบรนด์ “รสมือแม่”

เพราะอยากยกระดับอาหารไทยบ้านๆ อย่างน้ำปลาร้า คุณนิชานันท์ สุทธิสกุลวัฒน์ หรือ ฝ้าย ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งบริษัท อุตสาหกรรมครัวไทย จำกัด จึงสานฝันผลิตน้ำปลาร้าปรุงรสพาสเจอร์ไรซ์แบรนด์ “รสมือแม่” เพื่อหวังบุกตลาดคนที่ชอบความแซ่บนัวทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ โดยได้มีการบุกตลาดด้วยการถ่ายโฆษณาเปิดตัวผลิตภัณฑ์พร้อมพรีเซ็นเตอร์นักร้องลูกทุ่งวัยรุ่นสุดฮอต “แซ็ค ชุมแพ” ขึ้น ในคอนเซ็ปต์ อีสานพานัว อร่อยชัวร์ต้อง น้ำปลาร้ารสมือแม่ ที่ ไพเรท สตูดิโอ

คุณฝ้าย-นิชานันท์ ผู้บริหารและผู้ริเริ่มทำน้ำปลาร้าปรุงรสแบรนด์ “รสมือแม่” ยังเผยถึงจุดเริ่มต้นในการทำโปรเจ็กต์นี้ว่า “เพราะเป็นคนชอบกินส้มตำปูปลาร้ามาตั้งแต่เด็ก และคิดว่าปลาร้าเป็นอาหารที่อยู่คู่ครัวไทยตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่ยังไม่ได้ถูกยกระดับและเปลี่ยนความเชื่อผิดๆ เราจึงอยากทำให้ปลาร้าไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเหมือนต้มยำกุ้งที่ใครๆ ก็รู้จักหากพูดถึงเมืองไทย อยากให้ไม่ว่าใครก็ทานปลาร้าหรือนำไปปรุงอาหารอย่างถูกสุขอนามัย เราจึงตั้งใจคัดสรรปลาร้าที่สะอาดและมีรสอร่อย เราไปดูโรงงานด้วยตัวเองตั้งแต่กระบวนการหมัก เข้าไปโรงงานต้องไม่มีกลิ่นเหม็น ตลอด 4 เดือนกว่าที่เริ่มทำโปรเจ็กต์นี้ฝ้ายดูแลเองทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างเร็วมาก และตอนนี้ล็อตแรกก็ใกล้จะผลิตเสร็จพร้อมออกสู่ตลาดแล้ว วันนี้(10 ก.ย.) เลยได้ถ่ายทำโฆษณาภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวเพื่อเปิดตัวน้ำปลาร้าของเรา ก็ต้องรอลุ้นหลังจากนี้ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร”

แต่มั่นใจว่าจุดเด่นของแบรนด์ “รสมือแม่” ไม่เหมือนน้ำปลาร้าในท้องตลาดแน่นอน! “น้ำปลาร้าของเราต้มแล้วหอม เพราะทำจากปลาทะเลไม่คาว มั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอน เพราะผ่านสำนักงานอาหารและยา(อย.) ผ่านมาตรฐานฮาลาลเรียบร้อย แม้ปลาร้าในท้องตลาดจะมีหลายสูตร ส่วนใหญ่ที่มีกลิ่นเหม็นก็เพราะไม่สะอาดหรือมีหนอน และหมักด้วยปลาที่ไม่สด แต่ของเราเป็นปลากระตักที่สดทำให้ได้รสอร่อย สด สะอาด ได้มาตรฐาน ที่สำคัญน้ำปลาร้าของเราสามารถทำอาหารได้หลาย โดยเฉพาะใช้แทนน้ำปลาในการปรุงอาหารได้เลย เพราะมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นต้มปลา เป็นนวัตกรรมใหม่ของปลาร้า ที่ไม่ใช่ใส่ได้แค่ส้มตำเพียงเมนูเดียว อยากให้ทุกคนมองปลาร้าในลุคใหม่ เพราะปลาร้าที่สดสะอาดมีอยู่จริง เด็กรุ่นใหม่หันมาทานได้จริงๆ”


อ่านเพิ่มเติมที่นี่